ฤดูฝนของประเทศไทยที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปีจนถึงช่วงปลายปี มักมาพร้อมกับฝนตกหนักฉับพลันและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ทำให้การขับขี่มีความเสี่ยงมากขึ้นกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์สันดาป รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถปลั๊กอินไฮบริดแบบ REEV ต่างก็ต้องการการดูแลและความระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ ทีมงานขอรวบรวม 5 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยให้การเดินทางในหน้าฝนปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข้อแรก หมั่นตรวจสอบสภาพยางอยู่เสมอ ทั้งความลึกของดอกยางและแรงดันลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะยางที่สึกหรอมากเกินไปจะรีดน้ำออกจากหน้าสัมผัสได้ไม่ดี เพิ่มความเสี่ยงต่อการลื่นไถล (hydroplaning) โดยเฉพาะเมื่อขับด้วยความเร็วสูงบนถนนที่มีน้ำขัง
ข้อที่สอง สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดไม่ต้องกังวลมากจนเกินไปเรื่องการชาร์จไฟท่ามกลางสายฝน เพราะช่องชาร์จและระบบไฟฟ้าของรถยุคใหม่ถูกออกแบบให้ผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นสำหรับใช้งานกลางแจ้งอยู่แล้ว แต่ควรหลีกเลี่ยงการชาร์จในจุดที่มีน้ำท่วมขังสูง และหมั่นสังเกตสภาพสายชาร์จและหัวชาร์จว่าไม่มีรอยชำรุดก่อนใช้งานทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ข้อที่สาม เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้าและชะลอความเร็วลงกว่าปกติ เนื่องจากระยะเบรกบนถนนเปียกจะยาวกว่าถนนแห้งอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ขับขี่ควรใช้ระบบเบรกหน่วงพลังงาน (regenerative braking) อย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ พร้อมเปิดไฟหน้าและเช็ดกระจกให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อทัศนวิสัยที่ดีที่สุด
ข้อที่สี่ วางแผนเส้นทางล่วงหน้าโดยหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก สามารถติดตามสภาพการจราจรและระดับน้ำแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันแผนที่หรือประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการขับลุยน้ำโดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อระบบต่าง ๆ ของรถในระยะยาว
ข้อสุดท้าย รถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแบบปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ อย่างโหมด i-AWD ที่สลับการขับเคลื่อนระหว่าง 2WD และ AWD ได้ตามสภาพถนน จะช่วยเสริมความมั่นใจในการควบคุมรถบนพื้นผิวลื่นได้ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้เทคโนโลยีเป็นเพียงตัวช่วย สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นสติและความระมัดระวังของผู้ขับขี่เองในทุกสภาพอากาศ