รถยนต์ไฟฟ้าและรถปลั๊กอินไฮบริดแบบ REEV มักมีน้ำหนักตัวมากกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไปจากชุดแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ ทำให้ยางต้องรับภาระมากขึ้นทั้งจากน้ำหนักและแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่มาแบบทันทีทันใด การดูแลยางให้อยู่ในสภาพดีจึงเป็นเรื่องที่ผู้ใช้รถไฟฟ้าควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทีมงานขอรวบรวม 5 วิธีดูแลยางง่าย ๆ ที่ช่วยทั้งเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ข้อแรก ตรวจสอบแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้งหรือก่อนออกเดินทางไกล เพราะลมยางที่อ่อนเกินไปจะเพิ่มแรงต้านการหมุน ทำให้มอเตอร์ต้องทำงานหนักขึ้นและกินพลังงานมากขึ้นโดยไม่จำเป็น ขณะที่ลมยางที่แข็งเกินไปก็ลดการยึดเกาะถนนและทำให้ยางสึกหรอไม่สม่ำเสมอ ควรเติมลมยางตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ที่ขอบประตูคนขับเสมอ
ข้อที่สอง สลับยางตามระยะทางที่กำหนด เนื่องจากแรงบิดสูงของมอเตอร์ไฟฟ้ามักทำให้ยางคู่หน้าหรือคู่ขับเคลื่อนสึกเร็วกว่ายางอีกคู่หนึ่ง การสลับยางหน้า-หลังตามรอบระยะทางที่ศูนย์บริการแนะนำจะช่วยให้ยางทั้งสี่เส้นสึกหรอสม่ำเสมอกัน ยืดอายุการใช้งานโดยรวมและรักษาสมดุลการควบคุมรถไว้ได้ดี
ข้อที่สาม สังเกตร่องดอกยางและรอยแตกลายงาอยู่เสมอ ยางที่ดอกยางตื้นเกินไปจะรีดน้ำได้ไม่ดีและเพิ่มความเสี่ยงต่อการลื่นไถลบนถนนเปียก ส่วนรอยแตกลายงาบนแก้มยางอาจเป็นสัญญาณของการเสื่อมสภาพจากความร้อนสะสม ซึ่งพบได้บ่อยในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรเปลี่ยนยางใหม่ก่อนออกเดินทางไกล
ข้อที่สี่ เลือกยางที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะเมื่อถึงรอบเปลี่ยนยาง ยางกลุ่มนี้มักออกแบบให้ทนต่อน้ำหนักที่มากขึ้นและลดแรงต้านการหมุนเพื่อรักษาระยะทางต่อการชาร์จ พร้อมทั้งลดเสียงยางที่มักได้ยินชัดขึ้นในรถยนต์ไฟฟ้าเนื่องจากไม่มีเสียงเครื่องยนต์กลบ ทำให้การเดินทางเงียบและนุ่มนวลยิ่งขึ้น
ข้อสุดท้าย ขับขี่อย่างนุ่มนวลและหลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกะทันหันบ่อยครั้ง เพราะพฤติกรรมการขับขี่ที่รุนแรงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยางสึกหรอเร็วกว่าปกติ การขับขี่ด้วยความเร็วสม่ำเสมอควบคู่กับการดูแลยางตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้การเดินทางในทุกวันปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมรักษาประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้าและ REEV ให้คุ้มค่าไปอีกยาวนาน